แม่ชมพู่โต้ได้เงินบริจาค 3 ล้าน ปัดตำรวจเอี่ยวพลิกคดี ลุงพลไม่หวั่นไร้พยานช่วย

Uncategorized

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.63 ที่บ้านของน้องชมพู่ บริเวณห้องครัวได้มีการฉาบผนังห้องครัวเพิ่มเติม ซึ่งคืบหน้าไปเกือบทั้งหมดแล้ว และน่าจะเสร็จเรียบร้อยในวันที่ 5 ก.ย.63 วันนี้ได้มีชาวบ้านจาก จ.ร้อยเอ็ด เดินทางมาผูกฝ้ายให้กำลังใจทั้งพ่อและแม่ของน้องชมพู่ ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และได้มีตัวแทนจาก กลุ่มรักแม่น้องชมพู่ ได้นำรูปภาพวาดหน้าเหมือนน้องชมพู่ มามอบให้ครอบครัวเป็นที่ระลึก รวมถึงได้นำ รองเท้าเด็กสีชมพู กระเป๋าเป้สีชมพู ตุ๊กตาบาร์บี้ และชุดเดรสเด็กผู้หญิงอีก 4 ชุด เพื่อให้ครอบครัวน้องชมพู่นำไปมอบให้คนอื่นเพื่อทำบุญต่อไป

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

โดยหลังจากนั้นพ่อแม่น้องชมพู่ และคนที่นำของมามอบให้ ได้เดินทางไปยังหาน้องชมพู่ โดยได้นำสิ่งของไปไหว้อุทิศให้แก่น้องชมพู่ นำรองเท้าเด็กสีชมพู กระเป๋าเป้สีชมพู ตุ๊กตาบาร์บี้, และชุดเดรสเด็กผู้หญิงอีก 4 ชุด และนมเปรี้ยวอีก 1 กล่อง ไปไหว้ โดยนายเป้ ตัวแทนจากกลุ่มรักแม่น้องชมพู่ พนมมือไหว้และกล่าวว่า

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

น้องชมพู่ ลุงได้นำของที่สัญญามาให้เรียบร้อยแล้วนะ ซึ่งลุงก็ขอบคุณมาก ๆ ที่ทำให้ลุงมีโชค ก็ขอให้น้องชมพู่ไปสู่สุขติ ไม่ต้องเป็นห่วงพ่อแม่ ช่วยตำรวจให้จับคนร้ายให้ได้ เพราะลุงก็อยากจะเห็นหน้าคนร้าย และให้น้องชมพู่รู้ว่ามีคนเยอะที่เขารักพ่อแม่และเป็นกำลังให้ตลอด ให้น้องชมพู่ไปเป็นนางฟ้าตัวน้อย ๆ อย่างสงบ ไม่ต้องคิดอะไรมาก

นายเป้ กล่าวต่อว่า ลุงได้โชคจากการมาเยี่ยมครอบครัวน้องชมพู่ในครั้งก่อน ก่อนที่หวยออก และได้เดินขึ้นไปที่ถ้ำภูผาแอก ระหว่างทางรู้สึกเหนื่อยหอบคล้ายจะเป็นลม แต่ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงน้องชมพู่พูดก้องอยู่ในหูว่า 98 ลุงจึงได้ไปซื้อลอตเตอรี่และถูกเลขสองตัว ด้านพ่อแม่ของน้องชมพู่ ก็กล่าวว่า ให้น้องชมพู่มารับเอาของไหว้ และให้โชคกับคนที่มาไหว้เยอะ ๆ ส่วนกรณีเพจ “อย่าหาทำ” มีการโพสต์ว่าช่วงที่น้องชมพู่หายตัวไปมีคนในหมู่บ้านนั่งดื่มเหล้าขาวกับตำรวจท้องที่

นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่ ให้ข้อมูลว่า ช่วงที่น้องชมพู่หายตัวไป วันที่ 11-14 พ.ค.63 ค่อนข้างวุ่นวายและสับสน ยิ่งเป็นวันที่ 14 ที่จะจบการค้นหา ก็ยิ่งวุ่นวาย ตนคงไม่มีเวลาไปนั่งดื่มเหล้ากับใคร รวมถึงตำรวจ สภ.กกตูม ก็ไม่ได้มานั่งที่บ้าน แต่ส่วนมากจะเรียกตนไปที่ สภ. มากกว่า อย่าว่าแต่นั่งดื่มเหล้าเลย แม้แต่น้ำเปล่าก็ยังไม่ได้กิน จนหมออนามัยต้องเอาน้ำผสมเกลือแร่มาให้กิน

และอีกกรณีที่เพจ อย่าหาทำ ระบุว่า ทางครอบครัวน้องชมพู่ได้รับเงินบริจาค 3 ล้านบาท ด้านนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่ ให้ข้อมูลว่า ตนยืนยันว่าไม่เคยเปิดรับบริจาค และเงินจำนวน 3 ล้านบาทไม่มีจริง อีกทั้งเคยพูดถึงเรื่องนี้ และเคยแสดงความบริสุทธิ์อย่างชัดเจนไปแล้ว จึงไม่อยากจะพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก รวมถึงไม่ได้จ้างใครพูดหรือให้เป็นพยานฝ่ายตนอีกด้วย เพราะถ้าหากได้เงินจริง ๆ ก็คงไม่ต้องกรีดยางขายแล้ว

นายไชย์พล วิภา – นางสมพร หลาบโพธิ์ ลุงกับป้าของชมพู่ กล่าวว่า กรณีนี้ตนไม่เห็นแม่ชมพู่ดื่มสุรา เพราะแม่น้องชมพู่ไม่ดื่มของพวกนี้ ส่วนพ่อน้องชมพู่ไม่แน่ใจ เท่าที่เห็นไม่เห็นมีกินของพวกนี้ ส่วนตัวก็เห็นมีคนกินเหล้าบ้าง เป็นชาวบ้านที่ตั้งวงเหล้าหลังการหาชมพู่ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าใครบ้าง ส่วนตำรวจเท่าที่ตนเห็นก็ไม่มี เพราะตนก็ไม่แน่ใจว่าใครเป็นตำรวจบ้าง

ทีมข่าวจึงได้ไปสอบถามนายพิศนุพร ชัยมะโย ชาวบ้านกกกอก เปิดเผยว่า ช่วงที่น้องชมพู่หายตัวไป ตนก็จำไม่ได้มากนักว่า ตำรวจ สภ.กกตูม เข้ามาในพื้นที่วันไหนบ้าง แต่ตนเริ่มสังเกตเห็นตำรวจในช่วงวันที่ 12-13 พ.ค.63 ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าตำรวจมาอยู่ในพื้นที่นานแค่ไหน แต่มั่นใจว่าไม่มีตำรวจมานั่งกินเหล้าอยู่ที่บริเวณใกล้ ๆ บ้านน้องชมพู่เลย เพราะตนก็อยู่ใกล้ ๆ บ้าน แต่ถ้าตำรวจจะไปนั่งดื่มอยู่จุดอื่นของหมู่บ้าน ตนก็ไม่เห็น และตนก็ไม่ได้ไปดื่มกับใคร

อย่างไรก็ตาม คนในหมู่บ้านไม่ค่อยรู้จักกับตำรวจ สภ.กกตูม มากนัก แต่ก็มีเพียงบางคนที่รู้จักกับชาวบ้าน ตนก็ไม่เห็นใครมาดื่มเหล้ากับคนในหมู่บ้านแต่อย่างใด กรณีพ่อแบมยืนยันเรื่องเวลาว่า เจอลุงพลที่สวนยางใกล้บ้านในเวลา 9 โมงกว่า ในวันที่น้องชมพู่หายตัวไป ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ทีมข่าวจึงเดินทางไปพูดคุยกับนายวัชรินทร์ กงแก่ท้าว หรือ พ่อแบม ชาวบ้านกกกอก ที่เคยให้ข้อมูลว่า พบเจอกับลุงพลอยู่ที่สวนยางเวลา 9 โมงกว่าในวันเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ตนยังยืนยันคำเดิมว่าในวันเกิดเหตุที่เจอลุงพลนั้น ตนได้เจอในเวลา 9 โมงกว่าจริง ๆ ซึ่งตนก็ได้ให้ข้อมูลแบบเดิมกับตำรวจไปหลายครั้ง โดยที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อมูล

นายวัชรินทร์ กล่าวต่อว่า แต่ถ้าหากวันหนึ่งตนถูกนำตัวไปเป็นพยานนั้น ตนก็ยังคิดอยู่ว่าจะกล้าไปเป็นพยานหรือไม่ เพราะกลัวเรื่องผลกระทบที่ตามมา จึงยังไม่ตัดสินในเรื่องการเป็นพยาน อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่าไม่ได้จำเหตุการณ์คาดเคลื่อน แต่ตนก็จำเวลาแบบนี้มาตลอด

นายวัชรินทร์ กล่าวต่อว่า แต่ถ้าหากวันหนึ่งตนถูกนำตัวไปเป็นพยานนั้น ตนก็ยังคิดอยู่ว่าจะกล้าไปเป็นพยานหรือไม่ เพราะกลัวเรื่องผลกระทบที่ตามมา จึงยังไม่ตัดสินในเรื่องการเป็นพยาน อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่าไม่ได้จำเหตุการณ์คาดเคลื่อน แต่ตนก็จำเวลาแบบนี้มาตลอด

คลิป

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *