เป็นบุญคนไทยเหลือเกิน “กรมสมเด็จพระเทพฯ” ทรงฉลองพระองค์ในชุดชนเผ่า ครั้งเสด็จเยี่ยมราษฎร

Uncategorized

เมื่อวันที่ ๒๑ ส.ค.๖๓ เวลา ๐๙.๐๕ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าของโรงเรียนบ้านสองพี่น้อง สายปัญญาสมาคมในพระบรมราชินูปถัมภ์ หมู่ ๑ บ้านกะเหรี่ยงโปว์ ตำบลสองพี่น้อง อำเภอ แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี


โรงเรียนแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปทรงเปิดป้ายโรงเรียนเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๑๑ พร้อมทั้งทรงปลูกต้นราชพฤกษ์ และต้นกระพี้จั่น บริเวณหน้าอาคารเรียนเป็นที่ระลึก ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง


โรงเรียนจึงจัดทำห้องประวัติศาสตร์ แสดงภาพ พระราชกรณียกิจ การเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเยี่ยมราษฎรไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง และโรงเรียนบ้านสองพี่น้องทั้ง ๓ ครั้ง คือ ในปี ๒๕๐๒ , ๒๕๑๑ และ ๒๕๑๔ โดยในแต่ละครั้ง ได้พระราชทานความช่วยเหลือแก่โรงเรียน ,ราษฎร เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน และชุมชน หมู่บ้านต่างๆ

นอกจากนี้ยังแสดงประวัติหมู่บ้าน วัฒนธรรมประเพณีของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง หรือชาวกะเหรี่ยงโปว์ด้วย ปัจจุบันเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ มีนักเรียน ๕๒ คน

จากนั้นทอดพระเนตรกิจกรรมของนักเรียน ซึ่งได้ดำเนินโครงการพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน และเผยแพร่ภูมิปัญญา ศิลปะและวัฒนธรรมทอผ้ากะเหรี่ยงโปว์ ซึ่งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ , ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ กรมหม่อนไหม และสำนักพระราชวัง


นำผลผลิตที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาแปรรูป เช่น การทอดข้าวเกรียบใบหม่อนชุบด้วยกล้วยน้ำว้าบด ,ไอศกรีมหม่อน ,น้ำหม่อนและน้ำฝาง ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่มีมากในท้องถิ่น แก้ร้อนใน บำรุงโลหิต นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้สาธิตงานวิจัยเพื่อเผยแพร่ไปสู่ชุมชน อาทิ การผสมอาหารเลี้ยงไก่ไข่จากวัสดุเหลือทิ้ง เช่น ใบหม่อน, ลูกหม่อน ,ก้อนเชื้อเห็ด, กากงา ซึ่งทำให้ไข่มีคุณภาพมากขึ้น การทำโลชั่นจากนมแพะ, การวิจัยพันธุ์ข้าว และการเลี้ยงปลาร่วมกับการปลูกผักที่เรียกว่า อะควาโปนิกส์


พร้อมกันนี้ ทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จอย่างทั่วถึง ส่วนใหญ่มีเชื้อสายกะเหรี่ยงโปว์ เดิมอาศัยอยู่ตามแดนชายแดน ก่อนเข้ามาทำกินและตั้งถิ่นฐานในพื้นที่บ้านสองพี่น้อง มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นอัตลักษณ์ของตนเอง


โอกาสนี้ ทอดพระเนตร การทำอาหารและขนมที่เป็นภูมิปัญญา เช่น เปียกข้าวฟ่าง, ข้าวเหนียวแดงงา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “มีสิ” และการกวนข้าวฟ่างแบบดั้งเดิมที่ใช้เวลากวนนาน ๑-๒ ชั่วโมง ส่วนที่ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ส่งเสริม อนุรักษ์และฟื้นฟูการทอผ้าของชาวกะเหรี่ยงโปว์ ที่มีลักษณะเฉพาะคือ การทอผ้ากี่เอว แบบทอเส้นยืน เส้นพุ่งและเส้นจบ ให้เป็นผ้าผืน แล้วปักลวดลายด้วยมือ


ทำเป็นเสื้อ ผ้าซิ่น และย่าม โดยส่งเสริมให้นักเรียนและชาวบ้าน ได้เรียนรู้วิธีที่ถูกต้องในการย้อมเส้นใยจากธรรมชาติ การรักษาลวดลายดั้งเดิม และสร้างชิ้นงานที่หลากหลาย เช่น ย่าม หมวก, กระเป๋า, ผ้าพันคอ ที่ใช้เส้นไหมแกมด้วยเส้นฝ้าย จึงทำให้ผ้าทอกะเกรี่ยงโปว์ มีคุณค่า ได้รับพระราชทานตรานกยูงสีเขียว เป็นเครื่องรับประกันคุณภาพ


จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยัง ท่าน้ำเขาในหลวง หรือท่าลุงจิ บ้านสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน ทรงพระดำเนินไปตามเส้นทางธรรมชาติ ในการนี้ทอดพระเนตรบริเวณที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เคยเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปทรงเยี่ยมราษฎรไทย เชื้อสายกะเหรี่ยง ที่บ้านสองพี่น้อง เป็นครั้งแรก เมื่อปี ๒๕๐๒


เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือราษฎรชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ห่างไกล การเดินทางมีความยากลำบาก ในครั้งนั้นได้เสด็จพระราชดำเนินไปที่ท่าน้ำ เพื่อทรงสำรวจแม่น้ำเพชรบุรี และทรงผ่อนคลายพระราชอิริยาบท พร้อมทรงดนตรีขณะประทับเรือพระที่นั่งชมทัศนียภาพของลำน้ำเพชรบุรี และทรงสรงน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญด้วย


สำหรับบ้านสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันมี ๒๖๐ ครัวเรือน ประชากร ๗๖๐ คน เป็นราษฎรชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงโปร์ทั้งหมด ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมปลูกพืชผสมผสาน เช่น มะนาว มังคุด ทุเรียน เงาะ ลองกอง


โดยมีวัฒนธรรมและประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น วัฒนธรรมการแต่งกายด้วยผ้าทอมือ และประเพณีกินข้าวห่อกระเหรี่ยง หรือเรียกว่า “อั้งมีถ่อง” ซึ่งจัดในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๙ เพื่อเรียกขวัญและปัดเป่าเคราะห์ร้าย ในวันนั้นญาติพี่น้องซึ่งจากกันไกล จะได้กลับมาพบปะกัน และแบ่งปันข้าวห่อกระเหรี่ยงเพื่อผูกสัมพันธไมตรี

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก โบราณนานมา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *